แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ TQM แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ TQM แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

4 กลไกขับเคลื่อนคุณภาพแบบ TQM ที่องค์กรธุรกิจของคุณต้องมี!

ในโลกธุรกิจที่การแข่งขันสูงเช่นนี้ "คุณภาพ" ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ "ความได้เปรียบที่ยั่งยืน" เมื่อสัปดาห์ที่แล้วในระหว่างการฝึกอบรม ผมมีโอกาสได้พูดถึง TQM (Total Quality Management) และหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ "ช่องทางการบริหารเพื่อส่งเสริมคุณภาพ" (TQM Promotion Vehicles) .

กลไกทั้ง 4 นี้ คือ ระบบปฏิบัติการ ที่ทำให้แนวคิดคุณภาพถูกถ่ายทอดจากห้องประชุมผู้บริหารไปถึงสายการผลิต และตลอดทั้งซัพพลายเชน และย้อนกลับมาที่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์อีกครั้ง มาดูกันครับว่าแต่ละกลไกสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างไร

ภาพที่เราเห็นกันด้านบน แสดงให้เห็นว่าการบริหารคุณภาพ ไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว แต่ต้องใช้ 4 กลไกสำคัญ ที่ทำงานสอดประสานกันเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ "ความเป็นเลิศด้านคุณภาพ"


1. 🟥 Policy Management: การเปลี่ยนวิสัยทัศน์สู่การปรับปรุงเชิงกลยุทธ์

ผลลัพธ์ทางธุรกิจ: การเติบโตแบบก้าวกระโดด (Breakthrough Improvement) และการบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์

ในภาคธุรกิจ การบริหารช่องทางนี้คือเครื่องมือที่เชื่อมโยง "สิ่งที่ผู้บริหารอยากเห็นใน 3-5 ปีข้างหน้า" ให้กลายเป็นการปฏิบัติงานในวันนี้

  • เน้นที่: Hoshin Kanri (การบริหารเข็มทิศทิศทาง) เป็นการตัดสินใจว่าจะ "ไม่ทำ" อะไรที่ไม่สำคัญ และ "ทุ่มเท" ทรัพยากรไปกับการปรับปรุงใหญ่ เช่น การเข้าสู่ตลาดใหม่ การลดต้นทุนการผลิตที่ไม่สร้างมูลค่า (Non-Value Added Cost) 30% หรือการลดระยะเวลานำ (Lead Time) ในการส่งมอบ

  • บทบาทสำคัญ: กำหนดเป็น "นโยบายประจำปี" (Annual Policy) ที่ชัดเจน และมีการ "Catchball" (การโยนและรับเป้าหมายระหว่างระดับ) เพื่อให้ผู้บริหารระดับกลางรับไปแตกแผนงาน และผู้บริหารระดับสูงติดตามผลการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์อย่างใกล้ชิด

  • ตัวแบบการดำเนินงาน : PDCA (Plan > DO > Check > Act) โดยเป็นกระบวนการจัดการเพื่อพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ต้องการในอนาคตแบบก้าวกระโดดจากสภาพเดิมๆ


2. 🟦 Daily Management: การสร้างเสถียรภาพและลดความผันผวนของธุรกิจจากการปฏิบัติประจำวัน

ผลลัพธ์ทางธุรกิจ: ความสม่ำเสมอของคุณภาพ (Consistency) และความเชื่อมั่นของลูกค้า

ในมุมมองธุรกิจ Daily Management คือการสร้าง "ความน่าเชื่อถือ" ให้กับผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ เป็นการบริหารเพื่อ "ควบคุมสิ่งที่คงที่ให้คงเส้นคงวา" เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์เดียวกันทุกครั้ง (หากเปรียบเทียบกับระบบมาตรฐานการทำงานปัจจุบัน ก็น่าจะเป็น มาตรฐาน ISO 9001 นั้นเอง) โดย

  • เน้นที่: Standardization (การกำหนดมาตรฐาน) และ Control (การควบคุม) โดยใช้ตัวชี้วัดหลัก ๆ ของกระบวนการ (Process KPIs) หากตัวชี้วัดเหล่านี้หลุดจากมาตรฐาน (Out of Control) ทีมงานต้องมี Standard Response (การตอบสนองมาตรฐาน) เพื่อแก้ไขปัญหาทันที

  • ความสำคัญ: การบริหารงานประจำวันที่เข้มแข็งทำให้องค์กรสามารถ "รักษากำไร" ได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะช่วยลดต้นทุนที่เกิดจากความผิดพลาด (Cost of Poor Quality - COPQ) เช่น การรับประกันสินค้า การแก้ไขงาน หรือการสูญเสียลูกค้า

  • ตัวแบบการดำเนินงาน : SDCA (Standard > DO > Check > Act) โดยเป็นกระบวนการรักษามาตรฐานการทำงานที่ดีให้คงไว้ในองค์กร หรือมีการปรับปรุงการทำงานเล็กๆน้อยๆ อย่างต่อเนื่อง


3. 🟪 Cross Functional Management: ส่งมอบคุณค่า (Value) ที่ไร้รอยต่อ

ผลลัพธ์ทางธุรกิจ: การลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความเร็วในการตอบสนองตลาด

ปัญหาใหญ่ในองค์กรธุรกิจคือการทำงานแบบ "ไซโล" (Silo) ช่องทางนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการบริหาร "กระบวนการแนวนอน" เพื่อให้มั่นใจว่าตั้งแต่การรับวัตถุดิบจนถึงมือลูกค้า คุณภาพเป็นไปตามข้อกำหนดในทุกจุด

  • เน้นที่: การบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Management) ในเรื่องที่ต้องอาศัยการตัดสินใจร่วมกัน เช่น:

    • การจัดการต้นทุนรวม (Total Cost Management): ต้องประสานงานระหว่างฝ่ายจัดซื้อ การผลิต และการเงิน

    • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (New Product Introduction - NPI): ต้องประสานงานระหว่าง R&D การตลาด และการผลิต เพื่อให้สินค้าเปิดตัวได้รวดเร็วและตรงตามความต้องการของลูกค้า

    • การจัดการปัญหา และมุ่งสู่ความสำเร็จร่วมกัน : โดยต้องประสานงานทุกๆฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการปัญหา หรือยกระดับการทำงานขององค์กรไปสู่ความสำเร็จด้วยการทำงานร่วมกัน เช่น ในปัจจุบันหลายองค์กรก็มุ่งเน้นไปที่การลดการปลดปล่อยคาร์บอน เป็นต้น

  • ความสำคัญ: ช่วยให้องค์กร "คล่องตัว" (Agile) สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้เร็วขึ้น โดยการกำจัดความล่าช้าที่เกิดจากการส่งต่อข้อมูลระหว่างแผนก มุ่งสร้างการทำงานที่เป็นทีม 


4. 🟩 Bottom-up Activity: ปลุกพลังพนักงานให้กลายเป็นนักปรับปรุง

ผลลัพธ์ทางธุรกิจ: การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่องและการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้

นี่คือการใช้ "ภูมิปัญญา" ของพนักงานหน้างาน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในงานของตนเอง ให้กลายเป็นแหล่งข้อมูลและแหล่งกำเนิดของการปรับปรุงเล็ก ๆ น้อย ๆ

  • กิจกรรมตัวอย่างที่สร้างมูลค่า:

    • QCC (Quality Control Circle): ทีมพนักงานร่วมกันแก้ไขปัญหาเล็ก ๆ ที่ส่งผลต่อต้นทุน เช่น การลดเวลาเปลี่ยนโมลด์ (Setup Time Reduction)

    • 5ส: ไม่ใช่แค่การจัดระเบียบ แต่คือรากฐานของการทำงานแบบมีวินัย เพื่อ ลดการค้นหา และ เพิ่มความปลอดภัย ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) โดยตรง

    • ระบบข้อเสนอแนะ (Suggestion System): ระบบที่เปิดโอกาสให้พนักงานเสนอแนวคิดเพื่อปรับปรุงงาน

  • ความสำคัญ: การมีส่วนร่วมจากระดับปฏิบัติการทำให้เกิด "การปรับปรุงที่ประหยัดต้นทุน" และสร้างขวัญกำลังใจ (Engagement) ให้พนักงานรู้สึกเป็นเจ้าของกระบวนการ


🔑 สรุป: ความสมดุลคือหัวใจของความสำเร็จ

การบริหารองค์กรให้มีคุณภาพและยั่งยืนนั้น ไม่สามารถพึ่งพาช่องทางใดช่องทางหนึ่งได้ แต่ต้องใช้ทั้ง 4 ช่องทางนี้ควบคู่กันไปอย่างสมดุล:

  • Policy Management เป็นแรงผลักดันจากบนลงล่าง เพื่อกำหนดทิศทางและสร้างการเปลี่ยนแปลงใหญ่

  • Daily Management เป็นการควบคุมและรักษาสภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงและประสิทธิภาพในงานประจำ

  • Cross Functional Management เป็นการเชื่อมโยงการทำงานในแนวนอน เพื่อให้กระบวนการไหลลื่นและมีคุณภาพในทุกจุด

  • Bottom-up Activity เป็นพลังจากล่างขึ้นบน เพื่อสร้างการปรับปรุงเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างต่อเนื่องและสร้างการมีส่วนร่วม

ภาพผังองค์กรด้านบนแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างช่องทางการบริหารและระดับการบริหารที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ผู้บริหารระดับสูง จะดูแล Policy Management, ผู้บริหารระดับกลาง ดูแล Daily Management, และ ระดับปฏิบัติการ ขับเคลื่อน Bottom-up Activity โดยมี Cross Functional Management เชื่อมโยงทุกระดับและทุกฟังก์ชันเข้าไว้ด้วยกัน.

หากขาดช่องทางใดไป องค์กรก็จะไม่สามารถรักษาเสถียรภาพ (Daily) พร้อม ๆ ไปกับการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Policy) ได้อย่างยั่งยืน หรืออาจขาดการประสานงานที่ดีและการขับเคลื่อนจากพนักงาน


🔥 คำถามสำหรับเจ้าของธุรกิจและผู้บริหารทุกท่าน: คุณมั่นใจแล้วหรือยังว่ากลไกทั้ง 4 ขององค์กรคุณทำงานสอดประสานกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ?
จากประสบการณ์การตรวจอุตสาหกรรมดีเด่นมาหลายปี พบเห็นว่า Paint Point หนึ่งที่ทำให้กิจการนั้นๆ พลาดรางวัล ก็คือการทำงานแบบ "Silo Management" นั้นเอง


ผมหวังว่าฉบับนี้จะตอบโจทย์การนำไปใช้ในบริบทภาคธุรกิจของคุณได้ดียิ่งขึ้นนะครับ คุณอยากให้ผมหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือทางธุรกิจที่ใช้กับ Policy Management (เช่น Hoshin Kanri) หรือไม่ครับ?

หากคุณมีคำถามหรือต้องการแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการขับเคลื่อนคุณภาพแบบ TQM  สามารถแสดงความคิดเห็นไว้ด้านล่างได้เลยครับ

หากคุณต้องการความช่วยเหลือเพื่อขับเคลื่อนองค์กรของคุณ โดยการประยุกต์ใช้ปรัชญาการดำเนินงานแบบ TQM นำ เราพร้อมเป็นที่ปรึกษาและผู้จัดฝึกอบรมให้กับคุณ 

สามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้:

  • โทร: 081-8476479

  • LINE ID: naitakeab

  • Email: rightway.mgt@gmail.com

หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา:

วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

Daily Management Technique

สำหรับภาษาไทย

Every day, every working people must be think, to be action, to solve issue, to manage team, to make decision under differentiate working situation, more or less upon the responsibility.

Normally, the management vehicle that use to drive to be meet the cooperate 

objectives  consists of 5 driven management are;
  1. Policy Management
  2. Daily Management
  3. Collaboration Management 
  4. Risk Management 
  5. Bottom-Up Activity such as 5S, Kaizaen, QCC
The 5 driven management methods are the 1 of 4 pillars under "Supply Chain Excellence House", please click link for more details.

For this blog, I would like to introduce the driven management method that closely the routine work. That's "Daily Management (DM) Technique".

What is the daily management?

Daily management is "all activities that are routinely performed to effectively achieve the responsibilities of each working task/working area. Basically, this is an activity for keeping the exsiting condition, but also still need to continuous improvement.


Daily Management (DM)  is related to Policy management (PM). The policy management focuses on the improvement via the PDCA cycle. Daily Management is focused on keeping the existing condition and improving the work by rotating the SDCA cycle. And also, If found the crisis situation during daily Management performance,the policy management is revised. See the picture for more details.


Daily Management mechanism and relation of DM and PM
So let's to see, how to do for Daily management?. It's able separate to 7 steps as below.  


  1. Understand your work.
    • This step >> Tell your work yourself, the purpose of the work,  the goal that you want from the job, I recommend covering 5 goals from your existing jobs.
      • Reliability 
      • Responsiveness 
      • Agility
      • Cost
      • Asset management Efficiency
    • See more details about the performance of work at blog "Pyramid Performance" 
  2. Determine the works standard / control point / checkpoint
    • This step will be define the standard of work, control point, check point to know the abnormal process/result. Control point is the result indicator and check point is the Process indicator
  3. Practical leaning and training for yourself and your team to follow standards.
    • After define work standard, next process are make the practitioner understand what to do. Learning and training in practice with good practice skills.
  4. Encourage and motivate the practitioner work compliance with standards
    • Process oriented is the must to do. This step is to take action. Leaders have the duty to make the team to work follow their believe in what needs to be done more than forced to do only.
  5. Follow up / Monitor / Control
    • This step need someone to take response and also establish the system to follow up, monitoring and control. The system such as Visual Management,Control Graph etc.
      • Supervisor Level: At least hourly or less to follow up and monitor the process and result.
      • Manager Level : Half a day, daily, weekly to follow up and monitor the process and result.
  6. Fast action when abnormal
    • Under the monitoring and control system, wheh found the abnormal of result or process. It is necessary to take immediate action. The concept of 2-2-2 may be applied.
      • Problem solved yourself :  Must be solved by 2 hours.
      • Problem solved by organization.Must be solved by 2 days.
      • Problem solved by outsiders or outsources: Must be solved 2 weeks
  7. Continuous Improvement
    • After the problem was solved, need to review and update the work standard or control points/check point to prevent repeated problems.
Sample : Abnormal Report




The process of improvement for daily management will be explain via the process flowchart as below. This improvement flowchart look like Plan-DO-Check-Act cycle but can be applied by changing from PDCA to CAP-D instead.


Daily Management” improvement Flowchart : CAP-D





How do you feel about the technique of Daily management? Is able to make your routine job to be effective? Hope it's useful for you and someone who read this blog. If your have any question or advice, don't hesitate to contact me.


Mongkol  Patcharadamrongkul
Instructor/Consultant

Expert in Productivity improvement, Logistics and Supply Chain Management, 
Thailand, Tel 081-8476479, E-mail : naitakeab@gmail.com 

22 February 2018




วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

บริหารงานประจำวันให้เข้าท่ากันเถอะ (Daily Management Technique)

English Version

ในแต่ละวัน ที่เราต้องคิด ต้องทำ ต้องบริหาร ต้องตัดสินใจ รู้ใช่หรือไม่ มีหลากหลายเรื่องราวที่ทำให้เราเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะบุคคล และความรับผิดชอบภายในองค์กร โดยพาหนะที่ใช้ในการขับเคลื่อนกระบวนการบริหารภายในองค์กรมีอยู่ด้วยกัน อยู่ 5 ลำ คือ 
  1. การบริหารให้เป็นไปตามนโยบาย (Policy Management) 
  2. การบริหารงานประจำวัน (Daily Management) 
  3. การบริหารความเชื่อมโยง (Collaboration Management) 
  4. การบริหารความเสี่ยงในซัพพลายเชน (Risk Management) 
  5. การส่งเสริมหรือดำเนินกิจกรรมพื้นฐาน (Bottom-up Activity
ซึ่งทั้ง 5 ช่องทางนี้ คือ เสาหลัก ใน 4 เสาที่อยู่ภายใต้ "บ้านตัวแบบสู่ความเป็นเลิศตลอดโซ่อุปทาน" ลองไปติดตามอ่านกันได้นะครับ

แต่สำหรับ Blog ในครั้งนี้ ผมขอนำเรื่องราวที่ใกล้ตัวคนทำงาน และเป็นเรื่องที่ปวดกระบาลที่สุด เป็นปัญหายอดฮิต ในสถานประกอบการ นั่นก็คือ "การบริหารหรือจัดการงานประจำวัน (Daily Management) ให้เข้าท่า"

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจก่อน การบริหารงานประจำวัน คืออะไร?

การบริหารงานประจำวัน คือ "กิจกรรมทั้งหมดที่ทำเป็นกิจวัตรเพื่อให้บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพตามหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน โดยพื้นฐานแล้วกิจกรรมดังกล่าวนี้เป็นกิจกรรมเพื่อ การรักษาสภาพปัจจุบัน ไว้  แต่ก็ รวมถึงการปรับปรุงให้ดีขึ้น ด้วย"

เอาละซิงานแบบนี้ หลายองค์กร หลายคนทำงาน มักเรียกว่า งาน Routine ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก เพราะเป็นงานที่ทำต้องอยู่่บ่อยๆ เป็นประจำทุกวัน แต่ทำไมบางครั้งความสำเร็จในสิ่งที่ทำมันมาช้าจัง มีเรื่องให้ปวดหัว อารมณ์เสีย ความดันก็ขึ้นอยู่ทุกวัน

การบริหารงานประจำวัน (Daily Management) จะมีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงการการบริหารนโยบาย และการบริหารกิจกรรมพื้นฐาน (ฺBottom up Activities) เป็นหลัก โดยการบริหารนโยบายมุ่งเน้นการดำเนินการพัฒนาปรับปรุงตามวงล้อ PDCA ส่วนการบริหารงานประจำวันจะมุ่งเน้นการรักษาสภาพและปรับปรุงงานโดยหมุนตามวงล้อ SDCA และถ้าผลลัพธ์จากการบริหารงานประจำวันที่เป็นปัญหาระดับวิกฤตก็จะถูกยกขึ้นมาปรับปรุงเป็นนโยบาย  ซึ่งแสดงได้ดังภาพ
Daily Management Flow
กลไกการบริหารงานประจำวัน (Daily Management) และความเชื่อมโยงกับการบริหารนโยบาย (Policy Management)

เอาล่ะ! ถ้าอย่างนั้น เรามาดูวิธีการบริหารประจำวันที่ควรเป็นกันได้ดีกว่า ว่าเราต้องทำอะไรบ้างให้เข้าท่า ทั้งนี้มีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการทั้งหมด 7 ขั้นตอน ดังนี้
  1. ทำความเข้าใจกับภาระหน้าที่งานของตน
    • เป็นการบอกตัวเองให้ได้ว่าหน่วยงานของตัวเอง หน้าที่ของตัวเอง มีงานอะไรที่ต้องทำบ้างทำไปทำไม (วัตถุประสงค์ของงานที่ทำ) และเป้าหมายที่อยากได้จากงานนั้น ทั้งนี้เป้าหมายของงานที่ทำ ผมขอแนะนำให้พิจารณาครอบคลุมเป้าหมาย 5  ด้าน คือ 
      • ความน่าเชื่อถือ (Reliability) 
      • ความรวดเร็วในการตอบสนอง (Responsiveness) 
      • ความคล่องตัว (Agility) 
      • ต้นทุน (Cost) 
      • ประสิทธิภาพของการจัดการสินทรัพย์ (Asset management Efficiency) 
    • ทั้งนี้ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของการกำหนดเป้าหมายดูเพิ่มเติมได้ที่ "พีระมิดสมรรถนะการดำเนินงาน"
  2. กำหนด วิธีการ / มาตรฐาน / จุดควบคุม / จุดตรวจสอบ ในการปฏิบัติงาน
    • งานที่ต้องทำมีวิธีการอย่างไร มาตรฐานการทำงานที่เป็น มีอะไรเป็นจุดควบคุม อะไรเป็นจุดตรวจสอบ เพื่อให้งานบรรลุตามเป้าหมาย  
  3. ฝึกฝน ฝึกอบรม ให้ตัวเองและทีมงานทำตามมาตรฐาน หรือวิธีการที่กำหนดไว้
    • เมื่อรู้ว่าวิธีการที่ดีเป็นยังไง ก็ต้องทำให้ผู้ปฏิบัติเข้าใจในส่ิ่งที่ต้องทำ ซึ่งจำเป็นต้องฝึกอบรม หรือฝึกฝนให้มีทักษะในการปฏิบัติที่ดี
  4. จูงใจ ให้ปฏิบัติตามวิธีการและมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง 
    • ของดีย่อมสร้างจากกระบวนการที่ดี เมื่อกระบวนการดีแล้ว ผู้ปฏิบัติเข้าใจแล้ว ขั้นตอนนี้คือการลงมือทำ ผู้นำมีหน้าที่ต้องทำให้ผู้ตามเชื่อในสิ่งต้องทำ มากกว่าบังคับให้ทำแต่เพียงอย่างเดียว 
  5. ติดตาม / ตรวจสอบ / ควบคุม 
    • เมื่อลงมือทำ ก็อย่าให้ปล่อยให้ทำแบบตามมีตามเกิด การบริหารงานประจำวันที่ดี ในขั้นนี้ คือ มีระบบในการติดตาม ตรวจสอบ และควบคุม เช่น การใช้กราฟควบคุม (Visual Control, Control Graph)
      • ระดับหัวหน้างาน (Supervisor) ต้องตรวจสอบ การทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา อย่างน้อยเป็นรายชั่วโมง หรือเร็วกว่านั้นก็ได้ ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี
      • ระดับผู้จัดการ (Manager) ต้องตรวจสอบผลของงานเป็นรายครึ่งวัน รายวัน รายสัปดาห์
  6. พบสิ่งผิดปกติ ต้องรีบแก้ไข และเกาให้ถูกที่คัน 
    • ภายใต้ระบบการตรวจสอบ ควบคุม ที่ใช้ เมื่อใดก็ตามที่พบว่ามีความผิดปกติ (ไม่เป็นไปตามเกณฑ์หรือค่าควบคุมที่กำหนด) ต้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยทันที อาจนำแนวคิด 2-2-2  มาลองประยุกต์ใช้ เช่น 
      • ปัญหาแก้ไขได้เอง ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง
      • ปัญหาแก้ไขโดยคนในองค์กร ใช้เวลาไม่เกิน 2 วัน
      • ปัญหาแก้ไขโดยบุคคลภายนอก ใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ 
    • ตัวอย่างการจัดทำแบบฟอร์มอย่างง่ายสำหรับการติดตาม ตรวจสอบความผิดปกติ ของงาน 
    ตัวอย่างการสร้างระบบการควบคุมความผิดปกติ และการดำเนินการแก้ไข

  7. ปรับปรุงแก้ไข วิธีการ มาตรฐาน จุดควบคุม 
    • ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการจัดการสิ่งที่ผิดปกติ ทำให้เกิดวิธีการทำงาน มาตรฐาน หรือจุดควบคุมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป อย่าลืมที่จะปรับปรุงให้การดำเนินการเหล่านั้นให้เป็นปัจจุบันและพัฒนาอย่างต่อเนื่องสู่ความยั่งยืน ป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำ
ทั้งนี้กระบวนการในการปรับปรุงงานภายใต้การบริหารงานประจำวัน เพื่อให้บรรลุวัตุประสงค์เป้าหมายที่กำหนดไว้ สามารถประยุกต์ใช้แนวคิด PDCA (Plan-DO-Check-Act) มาใช้ได้ก็ได้ โดยเปลี่ยนจาก PDCA  เป็น CAP-D แทน ดังภาพ

กระบวนการในการปรับปรุงงานภายใต้การบริหารงานประจำวัน (Daily Management)
ลองไปทบทวนและประยุกต์ใช้ดูนะครับ น่าจะช่วยให้การทำงาน Routine ภายในองค์กรบรรลุผลสำเร็จ และใช้ชีวิตการทำงานอย่างเป็นสุขมากขึ้นๆ หากมีคำแนะนำติชมใดๆ ก็ยินดีครับ แล้วพบกันใหม่ใน Blog ต่อไปครับ

สนใจยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ติดต่อเราได้ที่ https://rightwayhub.com
สนใจการฝึกอบรมแบบ In-house Training แจ้งความต้องการได้ที่ https://rightwayhub.com/training

มงคล  พัชรดำรงกุล
วิทยากร/ที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน 
LineID : naitakeab, Tel 081-8476479 
22 กุมภาพันธ์ 2561



Data Literacy: ทักษะที่คนทำงานยุค AI ต้องมี (แต่ความจริงคือ...อาจไม่มีใครรู้จริง)

ในวันที่กระแส AI (Artificial Intelligence) พัดถล่มทุกวงการ ผมได้เห็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจและน่ากังวลไปพร้อมกัน ทั้งในมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่ก...